ข่าวฮอต !!!

สุขภาวะทางใจเด็กไทย เริ่มต้นที่บ้าน สานต่อที่ครู


ครอบครัวเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็ก และเยาวชน ผู้ที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต หากครอบครัวขาดความอบอุ่น ขาดความรัก และการดูแลเอาใจใส่

ก็จะส่งผลต่อพฤติกรรมต่างๆ ของเด็กในทางที่ไม่ดีที่จะติดตัวไปจนโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับครอบครัวในสังคมไทยปัจจุบันจึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน "โครงการพัฒนาเครือข่า ยครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียน" ซึ่งเป็นแนวคิด และองค์ความรู้ของ "มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว" โดยการสนับสนุนของสำนักงาน กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงเกิดขึ้นมาสร้างความเข้มแข็ง ให้กับสถาบันครอบครัวไทย

นายวันชัย บุญประชา ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะครอบครัว สสส.เผยถึงการแก้ปัญหาความสุข และความอบอุ่นในครอบครัว ที่ลดลงอย่างน่าเป็นห่วงในปัจจุบันว่า "เราต้องกระตุ้นให้คนในสังคมออกมาสร้าง กระบวนการเรียนรู้ในการส่งเสริม ครอบครัวด้วยตัวเอง เพราะครอบครัวกำลังเป็นบ่อเกิดของทุกข์ และปัญหาต่างๆ ในสังคมปัจจุบัน ซึ่งพฤติกรรมต่างๆ ของเด็กเกิดขึ้นจากการเลี้ยงดูและสั่งสมจากครอบครัว หากเขาได้รับการเลี้ยงดูอย่างไรก็จะมีการเรียนรู้อย่างนั้น ดังนั้นเด็กที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ที่ดีจะต้องมีพื้นฐานครอบครัวที่แข็งแรง"

จังหวัดลำปางเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างเครือข่ายครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียนมาอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง โดยมีคณะครูจากโรงเรียนนำร่อง 5 โรง ประกอบไปด้วย โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย, ห้างฉัตรวิทยา, ปงแสนทอง, ผดุงวิทย์ (วัดศรีบุญเรือง) และโรงเรียนแม่ก๋งวิทยา ร่วมกันจัดเวทีกระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างผู้ปกครอง เด็ก และครู ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อกันในทางที่ดีขึ้น สร้างความผูกพัน และอบอุ่นในระหว่างผู้ปกครองและลูกให้กับคืนมาอีกครั้ง

นางอักษรา ศิลป์สุข หัวหน้าโครงการพัฒนาเครือข่ายครอบครัวสุขภาวะในโรงเรียน จังหวัดลำปาง และครูชำนาญ การจากโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราได้จัดกระบวนการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่าง ผู้ปกครอง ครู และเด็กนักเรียนผ่านกิจกรรม "สานรักบ้าน และโรงเรียน" มาแล้วถึง 32 ครั้ง มีครอบครัวที่เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 1,000 ครอบครัว

"เวทีนี้เป็นการจัดกิจกรรมเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง ลูก และครู โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกในครอบครัว ระหว่างครอบครัวกับโรงเรียน และครอบครัวอื่นๆ โดยร่วมกันค้นหาความทุกข์ และความสุขของครอบครัวด้วยกระบวนการแบ่งกลุ่ม โดยแบ่งเป็นกลุ่มพ่อแม่ และกลุ่มลูก ซึ่งทำให้พ่อแม่เข้าใจปัญในการแก้ปัญหา นอกจากนี้พ่อ แม่ ลูก และครู ยังได้ตระหนักถึงการที่จะต้องปรับปรุงตัวเองในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาตนเอง และครอบครัวให้มีความอบอุ่นเข้มแข็ง" คุณครูอักษรากล่าว

พระมหาสุทิน สุทิโน ผู้จัดการโรงเรียนผดุงวิทย์เผยว่า ปัญหาครอบครัวส่วนใหญ่ที่พบคือ พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูก เพราะทุกคนต้องปากกัดตีนถีบเพื่อเอาตัวรอด เมื่อนำพ่อแม่มาร่วมกิจกรรมกันภายในโรงเรียนได้ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วม ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี

ด้าน ครูอรชร พรศิริ และ ครูสิทธิ สะมิระสุทธ์ จากโรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ต่างก็เห็นประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายได้รับเหมือนๆ กัน ว่าจะได้ผู้ปกครองที่เข้าใจลูก ช่วยให้การสื่อสารระหว่างครู ผู้ปกครอง และเด็กเพิ่มขึ้น ทุกฝ่ายกล้าคุยปรึกษา และเปิดใจถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเด็ก สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการสื่อสาร ระหว่างพ่อแม่ เด็ก และครูดีขึ้น นอกจากนี้ครูก็จะเข้าใจพื้นฐา นและปัญหาของเด็กแต่ละคน และช่วยแก้ปัญหาได้ดีขึ้น

"กระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมทำให้เกิดการสื่อสารพูดคุย ครูก็เห็นว่าพ่อแม่คิดอย่างไร ลูกคิดอย่างไร พอจบเวทีครูก็เริ่มเข้าใจนักเรียนมากขึ้น พ่อแม่เองก็กล้าคุยกับครูมากขึ้น สิ่งที่เราได้พบคล้ายกันหมด คือแม้กระทั่งเด็กที่เรียนเก่งเอง ก็มีปัญหาเหมือนกับเด็กที่เรียนไม่เก่ง แต่เด็กแทบไม่มีโอกาสได้คุยกับพ่อแม่เลย" ครูธีระพร ทองรอบ จากโรงเรียนห้างฉัตรวิทยากล่าวผลที่ได้จากกิจกรรมสานรักบ้าน และโรงเรียน

นายสัมฤทธิ์ รินทร์ศรี คุณพ่อของ ด.ญ.ธมลวรรณ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัยเล่าว่า การเข้าร่วมกิจกรรมทำให้เห็นว่า ความคิดพ่อแม่ ความคิดของครู ความคิดของลูก นั้นมันไปกันคนละทาง กิจกรรมนี้ จะช่วยจูนแนวทางของทุกฝ่ายให้เข้าหากัน ทำให้รู้ว่าทุกคนคิดกันอย่างไร หลอมสามส่วนนี้ให้ไปสูจุดมุ่งหมายเดียวกัน

"ตอนนี้ลูกก็ปรับตัวเข้ามาหาเรามากขึ้น เข้าใจหน้าที่ตัวเองมากขึ้น เข้าใจพ่อแม่มากขึ้น เราก็เข้าใจวิธีการคิดของเรามากขึ้น เขาเองก็เปิดใจยอมรับความคิดเห็นของพ่อแม่มากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กมากที่สุดก็คือ เด็กมีเหตุผลมากขึ้นจากการที่เขาได้รู้ว่าทุกๆ สิ่งที่เราทำนั้นเราทำเพื่อตัวลูกทั้งหมด" คุณสัมฤทธิ์กล่าว

ด.ช.ภานุพงษ์ เมฆศิริ, ด.ญ.ธมลวรรณ รินทร์ศรี และ ด.ญ.ณัฐญานัญ ฮะตระกูล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย และ น.ส.พรกมล ฉัตรแก้ว, น.ส.อัมพร จอมคำ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนห้างฉัตรวิทยา ต่างก็เห็นถึงสิ่งที่พวกเขาได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมเหมือนๆ กันคือ ความกล้าที่จะแสดงออก กล้าที่พูด กล้าคุย กล้าปรึกษาปัญหาต่างๆ กับพ่อแม่และครูมากยิ่งขึ้น ด้านพ่อแม่ และครูก็มีความเข้าใจในตัวลูก และรับฟังความคิดเห็นของพวกเขามากขึ้น ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน

"พอมาร่วมกิจกรรมก็ทำให้พ่อแม่และตัวเราเองรู้ว่าเราต่างคนก็คิดไปเองกันคนละทาง ก็เลยเข้าใจกันมากขึ้นคุยกันได้ทุกเรื่อง สามารถที่จะแสดงออกถึงความรู้สึกจริงๆ ได้ กล้าที่จะพูดกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยเหตุผล" น.ส.พรกมล จากโรงเรียนห้างฉัตรกล่าว

"ในปีหน้าแผนงานฯ จะมุ่งไปสู่เด็กและเยาวชนมากขึ้น โดยเราจะต้องกระตุ้นให้คนในสังคมช่วยกัน ออกมาสร้างกระบวนการเรียนรู้ ในการส่งเสริมครอบครัวด้วยตัวของเขาเอง ทำให้เขารู้สึกได้ และเข้าถึงตรงนั้นให้ได้ ซึ่งการแก้ปัญหาสุขภาวะครอบครัว จะต้องทำด้วยการหยุดความทุกข์ และการสร้างความสุข 8 ข้อ คือ หยุดอบายมุข หยุดนอกใจ หยุดใช้ความรุนแรง หยุดภาวะหนี้สิน และสร้างความเอื้อเฟื้อแบ่งปัน สร้าง และกระตุ้นให้เห็นว่าครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด สร้าง และกระตุ้นให้มีการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว และสร้างให้เกิดการสื่อสารที่ดีระหว่างกัน และกันของสมาชิกในครอบครัว" นายวันชัย บุญประชา ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะครอบครัว สสส.กล่าวสรุป


ข้อมูลข่าวโดย          วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2551

โพลยัน"ความสุข"คนไทยต่ำสุดรอบ3ปี         17/11/51  
ผลวิจัยพบคนที่ไม่มีความสุข มักดูทีวีนานกว่าคนมีความสุข            16/11/51   
สุขภาวะทางใจเด็กไทย เริ่มต้นที่บ้าน สานต่อที่ครู
           15/11/51      
ฆาตกร ม.2         13/11/51    
จีนหาทางแก้ปัญหาติดเน็ตกันงอมแงม ถือเป็นผู้ ป่วยสิ่งเสพติด        13/11/51   
ประเมินร.ร.เก่งพบน.ร.ความสุขลดฮวบ   
  12/11/51   
 นักวิชาการชี้เด็กบกพร่องจริยธรรม เหตุสถาบันครอบครัวละเลย     11/11/51      
เมา-เจ็บ-ตาย-เสียตัว! 'ลอยกระทง' นับวันจะยิ่ง 'หลงทาง'     11/11/51  
โอกาสที่"วัยรุ่น"ควรได้!!!     11/11/51  
หวั่นโจ๋ลอยกระทงเซ็กซ์      11/11/51