เด็กโต้โพล ยันรักนวลเด็กไทยปฏิเสธมีเซ็กซ์ก่อนวัยอันควร
เผยผลสำรวจสวนกระแสวัยรุ่น ไม่เป็นอย่างที่คาดว่าเด็กเตรียมมีเซ็กซ์รับวาเลนไทน์ พบกลุ่มตัวอย่าง 80% มองเรื่องรักสำคัญกว่ามีเพศสัมพันธ์ คาดครอบครัวมีส่วนกระตุ้นวัยรุ่นไทยคิดบวกเรื่องเพศ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ สื่อสร้างสุขภาวะเด็กและเยาวชน หรือ สสย. เผยผลสำรวจวัยรุ่นไทยจาก 4 ภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,428 คน ในระหว่างช่วงอายุ 12-19 ปี ที่อยู่ในวัยเรียนและกลุ่มเด็กชนเผ่าในภาคเหนือ โดยเป็นเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และเด็กที่อยู่ในกลุ่มปกติ ระหว่างวันที่ 22-27 มกราคมที่ผ่านมา พบวัยรุ่นไทย 80% มองเรื่องรักเป็นเรื่องใหญ่ และไม่คิดว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเพศหญิงที่มองว่าเรื่องรักเป็นเรื่องใหญ่ หรือมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการคิดทบทวนมาก เนื่องจากต้องรอปัจจัยความพร้อมในหลายด้าน ซึ่งคิดเป็นจำนวน 86.4% สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าวัยรุ่นไทยนั้นเข้าใจและแยกแยะเรื่องความรักและเรื่องเพศออกจากกันได้ ซึ่งเป็นความคิดเชิงบวกในการดำเนินชีวิต น.ส.เข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการแผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเด็กและเยาวชน กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้วัยรุ่นไทยปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร โดยเฉพาะเทศกาลแห่งความรักที่กำลังจะมาถึงนั้น เนื่องจากมาจากครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีพ่อแม่คอยอบรมและสร้างความอบอุ่นให้ลูก อีกทั้งผู้ปกครองสมัยใหม่มีวิธีการสื่อสารที่สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแสดงเรื่องเพศที่ถูกต้องให้ลูกๆ ตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ เช่น การปลูกฝังเรื่องการรักนวลสงวนตัว และการคบเพื่อนต่างเพศเมื่อพร้อม ฯลฯ "ครอบครัวมีส่วนทำให้เด็กซึมซับในเรื่องที่ดีและรู้จักที่จะแยกแยะเรื่องเพศออกจากความรักได้ จึงเป็นส่วนที่ทำให้ผลสำรวจดังกล่าวออกมาสวนกระแส และไม่เป็นอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะทัศนคติที่บอกว่าเทศกาลวาเลนไทน์นั้นเป็นคืนแห่งการเสียความบริสุทธิ์ของหนุ่มสาวยุคนี้" จากประสบการณ์การทำงานกับวัยรุ่น เธอบอกว่า วัยรุ่นส่วนใหญ่ในสังคมไทยยังมีทัศนคติและพฤติกรรมเรื่องความรักและเพศสัมพันธ์ที่เหมาะสม แต่การนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวกับวัยรุ่นและเพศสัมพันธ์ที่ผ่านมามักจะออกมาในทางตรงกันข้าม เพราะการนำเสนอนั้นมักจะให้ความสำคัญในประเด็นเชิงลบ และที่สำคัญการนำเสนอนั้นมักจะขาดการรับฟังเสียงของวัยรุ่นอย่างแท้จริง จึงมีส่วนทำให้วัยรุ่นถูกตีตราและยอมรับพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรไปโดยปริยาย ดังนั้นแล้วเราควรจะกลับมาสนใจและรับฟังความคิดเห็นของวัยรุ่นให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดพื้นที่สื่อเพื่อการเรียนรู้ สร้างกระบวนการคิดให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการสร้างตัวอย่างในเชิงบวก เช่น การสร้างกระแสให้เด็กวัยรุ่นเข้าใจและแยกแยะเรื่องเพศได้ หรือดึงเยาวชนที่เป็นตัวอย่างที่ดีในการปฏิบัติตนตัวมาช่วยประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อเกี่ยวกับการแสดงออกในเรื่องเพศที่เหมาะสม รวมถึงการสื่อสารให้แต่ละครอบครัวรู้จักวิธีในการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ลูก โดยเฉพาะผู้ปกครองที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศที่ถูกต้อง สำหรับแนวโน้มหรือกรณีของการนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องเพศในทางลบนั้น อาจมีส่วนกระตุ้นให้วัยรุ่นไทยเกิดการเลียนแบบหรือไม่นั้น น.ส.เข็มพรกล่าวว่า ถ้าหากเราเชื่อว่าเด็กวัยรุ่นในสังคมไทยมีพฤติกรรมที่ไม่ดี เราก็จะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ขณะเดียวกันถ้าหากเราเชื่อในเชิงบวก และใช้กระแสในเชิงบวกเข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงในทางลบ ก็น่าจะส่งผลดีและสร้างทัศนะเกี่ยวกับเรื่องเพศ โดยเฉพาะรักจริงรอได้ให้กับวัยรุ่นไทยยุคใหม่ได้
ี้ ข้อมูลข่าวโดย วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555