เรื่องจริง น่าจำ

วัยโจ๋เปิดใจ เรื่องที่ไม่เคยพูด

ที่มา : 


เยาวชนไทยแนวโน้ม การใช้ชีวิตน่าห่วง ผลสำรวจพบมีพฤติกรรมเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อสูง ริสูบบุหรี่-ดื่มเหล้าตั้งแต่อายุ 13 ชี้หากยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาจทำให้อายุสั้นหรือกลายเป็นคนพิการ

นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงาน ของกระทรวงสาธารณสุขในแผนพัฒนาสุขภาพปีงบประมาณ 2553 จะเร่งรัดให้ทุกจังหวัดปรับแก้พฤติกรรมสุขภาพของประชาชนไทยทั่วประเทศเพื่อ ป้องกันโรค โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อ ซึ่งมีแนวโน้มคุกคามสุขภาพคนไทยเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ได้มอบหมายให้สำนักระบาดวิทยาดำเนินการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน อย่างต่อเนื่อง ในปี 2551 เน้นกลุ่มวัยรุ่นที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 4 และระดับอาชีวศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์มือถือ ซึ่งวัยรุ่นส่วนมากใช้ มีความสะดวกมาก เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐาน

นพ.ไพจิตร์กล่าวว่า ผลการสำรวจนักเรียนกลุ่มดังกล่าว จากโรงเรียนใน 21 จังหวัดทั่วประเทศ รวมจำนวน 43,693 คน เป็นชาย 20,213 คน หญิง 23,480 คน อายุเฉลี่ย 13-17 ปี พฤติกรรมที่สำรวจครั้งนี้มุ่ง 5 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อ ได้แก่ การใช้สารเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การป้องกันอุบัติเหตุจราจร การกินอาหารและการควบคุมน้ำหนักตัว การแสดงความรุนแรง และการออกกำลังกาย

ผลสำรวจปรากฏว่า วัยรุ่นกินอาหารไม่ถูกต้อง โดยกินผัก-ผลไม้สดน้อยกว่ามาตรฐาน คือวันละ 400-600 กรัม มากถึงร้อยละ 59 และยังใช้วิธีควบคุมน้ำตัวผิดๆ เช่น กินยาลดน้ำหนัก กินยาระบาย พบร้อยละ 10 มีวัยรุ่นร้อยละ 51 เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เฉลี่ยเริ่มดื่มอายุ 13 ปี ส่วนสารเสพติดที่ใช้กันมาก ได้แก่ กัญชา กระท่อม และยาบ้า ส่วนการสูบบุหรี่ พบว่าร้อยละ 30 เคยสูบบุหรี่รวมแล้วมากกว่า 100 มวน สูบทุกวันร้อยละ 28 ในเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุ พบว่าวัยรุ่นยังปฏิบัติน้อยมาก ใส่หมวกกันน็อกเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกครั้งเฉลี่ยเพียงร้อยละ 15 ไม่เคยคาดเข็มขัดนิรภัยเลยร้อยละ 15 และร้อยละ 14 ยังดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับขี่รถ ทั้งนี้ ร้อยละ 39 เคยบาดเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาลมาแล้ว

เรื่องการแสดงความรุนแรง พบร้อยละ 19 เคยพกอาวุธ ส่วนพฤติกรรมการออกกำลังกาย พบว่าร้อยละ 26 ยังออกไม่เพียงพอต่อการมีสุขภาพดี ผู้ชายมีพฤติกรรมเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิงเกือบทุกรายการ

นพ.ไพจิตร์กล่าวว่า จากผลการสำรวจครั้งนี้คาดทำนายได้ว่า หากวัยรุ่นไทยยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ อาจทำให้อายุสั้น เสียชีวิตเร็ว หรือเกิดความพิการจากการป่วยหรือจากอุบัติเหตุจราจร โดยกระทรวงสาธารณสุขจะประสานความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อร่วมกันสร้างค่านิยมใหม่แก่วัยรุ่นไทยให้ห่างไกลการใช้สารเสพติด ของมึนเมา เพิ่มกินผัก-ผลไม้สด ออกกำลังกาย โดยแก้ไขอย่างจริงจัง

ด้าน นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกระบุสาเหตุการเจ็บป่วยของประชาชนทั่วโลกขณะนี้มาจาก 4 ปัจจัย ได้แก่ การบริโภคอาหาร การใช้สารเสพติด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการขาดการออกกำลังกาย

"มีงานวิจัยทั่วโลกยืนยันตรงกันว่า การกินผัก-ผลไม้สดในปริมาณที่พอเพียงจะป้องกันได้หลายโรค เช่น โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคมะเร็ง กระเพาะอาหารและลำไส้ โรคเส้นเลือดสมองแตก" นพ.มานิตกล่าว.